เมนูหลัก

Login

Username:

Password:

Remember me



Lost Password?

Register now!

ผู้ที่กำลังใช้งาน

16 user(s) are online (12 user(s) are browsing Content)

Members: 0
Guests: 16

more...

ปฏิทิน

May 2013
Add event Submit event
S M T W T F S
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  
ประวัติพุทธสาวก | อุบาสิกา | เปสการีธิดา

เปสการีธิดา

 

พรรษาที่ ๑๖ พระพุทธองค์ประทับจำพรรษาที่ อัคคาฬวเจดีย์ เมืองอาฬวีิ

เปสการีธิดา เป็นลูกสาวของนายช่างหูก เมืองอาฬวี เปสการีธิดามีอายุ ๑๖ ปี

วันหนึ่ง องค์สมเด็จพระชินสีห์ทรงเสด็จประทับสำราญอิริยาบถอยู่ในพระคันธกุฎีมหาวิหาร ในตอนเช้าองค์สมเด็จพระพิชิตมารทรงเสด็จไปแต่พระองค์เดียว ไม่มีใครติดตาม เข้าสู่เขตเมืองอาฬวี องค์สมเด็จพระชินสีห์ถือตอไม้เป็นธรรมาสน์ที่ประทับ ประทับยับยั้งอยู่ตรงนั้น ชาวบ้านได้ฟังข่าวเข้าก็มาเฝ้าพระพุทธเจ้า นำภัตตาหารมาถวาย ขณะนั้นเปสการีธิดา คือ ลูกสาวนายช่างหูก  เปสการี แปลว่า ช่างหูก ธิดา แปลว่า ลูกสาว ทราบข่าวก็ไปเฝ้าพระพุทธเจ้ากับเขาเหมือนกัน เมื่อเข้าไปแล้วถวายอาหารแก่องค์สมเด็จพระภควันต์เสร็จ 
หลังจากนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงเทศน์ ทรงเทศน์แบบสั้น ๆ ว่า 
"... ท่านทั้งหลายจงอย่าประมาทในชีวิต เพราะว่าชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่ว่าความตายเป็นของเที่ยง ขอทุกท่านจงคิดไว้เสมอว่า อย่างไรก็ดีเราต้องตายแน่ สำหรับเวลากำหนดการตายของเราไม่มีแน่นอน เพราะความตายไม่มีนิมิตเครื่องหมาย ท่านทั้งหลายจงประกอบแต่ความดีเข้าไว้ .. 
ถ้าใครสร้างความชั่ว ตายแล้วจะไปสู่อบายภูมิมีนรกเป็นต้น เกิดมาเป็นคนก็จะมีแต่ความเร่าร้อน มีแต่ความลำบาก แต่ถ้าคนใดสร้างความดี คิดถึงความตายไม่ประมาทในชีวิต คิดไว้เสมอว่าเราต้องตายแน่ จงอย่าคิดว่า วันพรุ่งนี้ หรือ เดือนหน้า ปีหน้า เดือนโน้น เราจึงจะตาย คิดไว้เสมอว่าวันนี้เราอาจจะตาย แล้วก็สร้างความดีเข้าไว้ ความดีจะส่งผลให้ท่านมีความสุข ทั้งในปัจจุบันและสัมปรายภพ .. "

 

พรรษาที่ ๑๘ ช่วงออกพรรษา พระพุทธองค์จำพรรษาที่จาิลิกบรรพต เขตเมืองจาลิก

เมื่อเธออายุย่างเข้า ๑๙ ปี องค์สมเด็จพระชินสีห์ทรงตรวจอุปนิสัยของสัตว์ในเวลาเช้ามืด เห็นนางตกอยู่ในข่ายของญาณ ก็ตกใจว่านี่เรื่องอะไร ก็ทรงทราบด้วยอำนาจญาณว่า 
ในตอนสายวันนี้ กุลสตรีคนนี้ก็จะถึงแก่ความตายด้วยอุบัติเหตุ องค์สมเด็จพระบรมโลกเชษฐ์จึงได้พิจารณาว่า ถ้าเราไม่ช่วยเธอ เธอจะมีคติแน่นอนไหม องค์สมเด็จพระจอมไตรทรงทราบว่า ถ้าเราไม่ช่วยเธอ เธอมีคติไม่แน่นอน 
คำว่า "คติ" แปลว่า การไป 
แน่นอนหรือไม่แน่นอน ก็หมายความว่า ถ้าแน่นอนก็ไม่ไปทุคติ ไม่ไปเกิดเป็นสัตว์นรก ไม่เกิดเป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน ต้องเกิดเป็นคน หรือเป็นเทวดา หรือเป็นพรหม ไปนิพพานอย่างนี้ ชื่อว่ามีคติแน่นอน 
องค์สมเด็จพระชินวรจึงมาคิดว่า ถ้าเราจะช่วยเธอ เธอจะมีคติแน่นอนไหม ก็ทรงทราบว่าถ้าทรงช่วยจะมีคติแน่นอน และพิจารณาต่อไปว่าจะช่วยเธอยังไง จึงจะมีคติแน่นอน 
องค์สมเด็จพระชินวรก็ทรงทราบว่า ถ้าเราถามปัญหาเธอ ๔ ข้อ เธอตอบเราให้สาธุการรับรอง พอจบคาถา ๔ ข้อ เธอก็จะได้บรรลุพระโสดาบัน การตายคราวนั้นของเธอก็จะไปสวรรค์ชั้นดุสิต เป็นที่อยู่อันเป็นบรมสุข 
ฉะนั้นในตอนเช้า องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ชวนใคร ไปองค์เดียวไปนั่งอยู่ในที่เดิม หลังจากนั้นแล้วคนมาเฝ้า  ลูกสาวของนายช่างทำหูกทำงานเสร็จ ตัดสินใจมาเฝ้าพระพุทธเจ้าก่อน องค์สมเด็จพระชินวรจึงได้ทรงมองดูหน้าเธอ เมื่อตาสบกัน เธอก็ทราบว่าองค์สมเด็จพระภควันต์ต้องการให้เข้าไปใกล้ เธอเข้าไปแล้ว 
องค์สมเด็จพระจอมไตรจึงได้ถามปัญหา ๔ ข้อว่า

 

"เธอมาจากไหน"
เธอตอบว่า "ไม่ทราบพระเจ้าข้า" 
พระองค์ทรงถามว่า "เธอจะไปไหน"
เธอตอบว่า "ไม่ทราบพระเจ้าข้า" 
พระองค์ทรงถามว่า "เธอไม่ทราบหรือ"
เธอตอบว่า "ทราบพระเจ้าข้า" 
พระองค์ทรงถามว่า "เธอทราบหรือ"
เธอตอบว่า "ไม่ทราบพระเจ้าข้า" 
ปัญหา ๔ ข้อนี้ คือ : - 
ข้อที่หนึ่ง ทรงถามว่า "เธอมาจากไหน...?" เธอตอบว่า "อาศัยที่องค์สมเด็จพระจอมไตรถามว่า เมื่อก่อนจะเกิดมาแต่ไหน เธอไม่ทราบ" 
ข้อที่สอง ทรงถามว่า "เธอจะไปไหน...?" เธอตอบว่า "ตายแล้วไปไหน หม่อมฉันก็ไม่ทราบ" 
ข้อที่สาม ท่านถามว่า "ไม่ทราบหรือ...?" เธอตอบว่า "ทราบว่ายังไง ๆ ก็ตายแน่ พระเจ้าข้า" 
ข้อที่สี่ แล้วองค์พระพุทธเจ้าทรงถามว่า "เธอทราบหรือ..?" เธอก็ตอบว่า "ไม่ทราบ ก็เพราะว่าจะตายเวลาเช้า เวลาสาย เวลาบ่าย เวลาเที่ยง ก็ไม่ทราบพระเจ้าข้า และไม่ทราบอาการตาย ยังไง ๆ ก็ตายแน่" 
พระพุทธเจ้าก็รับรองด้วยสาธุการ จึงถามเพียงเท่านี้ ความมั่นใจของเธอทำให้เธอเป็นพระโสดาบัน แต่ความจริงในตอนต้นนั้น เธอเข้าถึงพระโสดาปัตติมรรคอยู่แล้ว คือ หนึ่งนึกถึงความตายเป็นอารมณ์ ไม่ประมาทในชีวิต ในข้อที่ว่า สักกายทิฏฐิ เธอเข้าถึงแล้วในเบื้องต้น 
ข้อที่ ๒ เธอนึกถึงองค์สมเด็จพระทศพลบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่ทุกวัน จัดว่าเป็นพุทธานุสสติกรรมฐาน 
ข้อที่ ๓ นึกถึงพระธรรมคำสั่งสอนที่องค์สมเด็จพระชินวรทรงสอนไว้เสมอว่า ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยง เธอทั้งหลายจงอย่าประมาทในชีวิต 
ข้อที่ ๔ ธรรมใดที่องค์สมเด็จพระธรรมสามิสร มีศีล ๕ เป็นต้น ที่องค์สมเด็จพระทศพลทรงสอนไว้ เธอจำได้ทุกอย่าง และ ปฏิบัติทุกอย่าง

 

เมื่อเธอเดินทางกลับบ้านบิดาของเธอได้ถามว่าทำไมถึงกลับมาช้านัก เธอจึงตอบว่า เธอไปฟังธรรมจากพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้ามา ทันใดนั้นบิดาเธอทำกระสวยทอผ้าหลุด กระสวยนั้นก็พุ่งเข้าชนร่างเธอ จนเธอล้มลงและเสียชีวิตในทันที

ชาวบ้านต่างเข้าใจว่าบิดาฆ่าลูกสาว ต่างประณามบิดาของเธอ ทำให้บิดาของเปสการีต้องหนีออกจากเมืองอาฬวีไปเพราะทนชาวบ้านไม่ไหว แม้พระราชาก็จะทรงลงพระอาญา ในเวลาต่อมาบิดาของเปสการีธิดาก็ได้บวชในสำนักในป่าเจริญพระกัมมัฏฐานจนสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ต่อมาในวันมหาปวารนา ภิกษุทั้งหมดเข้ามาเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าที่อาฬวี ผู้คนเห็นบิดาของเปสการีธิดาจึงได้กล่าวติเตียน พระพุทธองค์ทรงตรัสว่าภิกษุนี้ไม่ได้ฆ่าธิดาของเธอ เธอตายเพราะกรรมของเธอ และได้ประกาศว่าบิดาของเปสการีเป็นพระอรหันต์แล้ว

 

 

เรียบเรียงโดย เปี๊ยก

๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๓

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

๑)เสียงจากหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ

๒)หนังสือพระพุทธกิจ 45 พรรษา เรียบเรียงโดย สุรีย์ มีผลกิจ-เรือโทวิเชียร มีผลกิจ